การทำงานของปอด ในยุค 2017

บำรุงร่างกายอย่างไร ตอนที่ 5 คอลัมน์ไขปัญหาสุขภาพแพทย์แผนจีน

ปอด เป็นอวัยวะแลกเปลี่ยนอากาศในธรรมชาติและในร่างกายคน คนเราต้องสูดอากาศที่บริสุทธิ์ มีอ๊อกซิเจนมากจากธรรมชาติ โดยผ่านจมูก หลอดลม เข้าสู่ปอด แล้วปอดทำการฟอกเลือดดำที่เต็มไปด้วยคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ที่ร่างกายใช้แล้ว เติมออกซิเจนเข้าไปจนกลายเป็นเลือดแดงที่เต็มไปด้วยอ๊อกซิเจน ส่งกลับหัวใจ ไปเลี้ยงร่างกาย หมุนเวียนเช่นนี้ไม่มีวันหยุดนิ่งแม้ในยามหลับ เราจึงหยุดหายใจได้ไม่นาน อดอาหารยังอดได้หลายวันแต่หยุดหายใจไม่กี่วินาทีก็จะขาดใจแล้ว ปอดจึงมีความสำคัญต่อชีวิตของคนเราเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อก่อน บรรพบุรุษเราใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ทุกอย่างเป็นไปตามฤดูกาลใส่ปุ๋ยขี้วัวขี้ควาย ให้น้ำจากน้ำฝน จากแม่น้ำลำคลอง เติบโตขึ้นตามธรรมชาติ ป่าต้นไม้ใบหญ้ายังเขียวรกครึ้ม ไร้สารเคมี ชีวิตอยู่กันอย่างเรียบง่าย อากาศจึงดี เบาบางบริสุทธิ์ แต่ทุกวันนี้ ความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุ ได้เปลี่ยนโลกธรรมชาติ เปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนไปมาก แม้ความเจริญจะนำสิ่งดีๆที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมาให้ แต่มันมาพร้อมกับมลภาวะของสิ่งแวดล้อม ทั้งในน้ำ ในอากาศ ในดิน ในพืช ในสัตว์ ห่วงโซ่อาหารถูกปนเปื้อนไม่บริสุทธิ์ อาหารที่บริโภคประจำวันปรุงแต่งมากเกินไป ทำให้โลกป่วยหนัก ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ย้อนกลับมาทำร้ายร่างกายมนุษย์เสียเอง เราเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ แล้วเราจะหลีกเลี่ยงจากมลภาวะเป็นพิษนี้ได้อย่างไร

มลภาวะเป็นพิษในอากาศ ที่มาจากการจราจรที่คับคั่ง ควันพิษจากรถยนต์ ฝุ่นละอองจากการไซด์งานก่อสร้าง ควันพิษจากปล่องโรงงานอุตสาหกรรม กลิ่นเหม็นเน่าจากขยะที่ล้นเมือง ในตลาดสด กลิ่นการพ่นยาฆ่าแมลง ยาปราบศัตรูพืชในเรือกสวนไร่นา กลิ่นเหม็นคลุ้งของมูลสัตว์เลี้ยงที่ปล่อยโดยไม่รับผิดชอบ กลิ่นควันบุหรี่ ควันจากการปรุงอาหาร ล้วนส่งผลให้อากาศเป็นพิษ อากาศเหล่านี้ล้วนอยู่รอบตัวเรา

รู้ทั้งรู้ว่าเป็นเช่นนี้ แต่เราหยุดหายใจไม่ได้ ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะแวดล้อมที่มีควันพิษมาก ฝุ่นละอองมาก กลิ่นเหม็นมากแค่ไหน ถ้าเราอยู่ตรงนั้น เราหยุดหายใจไม่ได้ ไม่เหมือนน้ำ ไม่สะอาดไม่ดื่มก็ได้ อดได้ คอยได้ ค่อยไปหาที่อื่น อาหารไม่ดี อดใจรอไปหากินที่อื่นได้ พืชผักผลไม้ไม่ชอบไม่ซื้อไม่กินได้ แต่หายใจนี่สิ จะกลั้นไว้ ค่อยไปหายใจที่อื่นไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่าอากาศไม่ดี ก็จำใจต้องสูดดมเข้าไป ระบบหายใจ (จมูก คอ หลอดลม หลอดลมปอด และปอด)จึงทำงานหนัก ปัจจุบัน โรคภูมิแพ้ หวัด ไอ ไซนัส รวมถึงปอดอักเสบ มะเร็งปอดจึงมีสถิติเพิ่มมากขึ้นอย่างน่าใจหาย แม้ว่าคุณจะซื้อเครื่องฟอกอากาศมาไว้ที่บ้าน แต่คุณไม่ได้อยู่บ้านตลอดเวลา อย่าว่าแต่อากาศภายนอกเลย แม้แต่ห้องแอร์ในห้าง ในสำนักงาน กลางวันเปิดแอร์ตลอดเวลา ช่วงเลิกงาน ต้องปิดประตู หน้าต่างหมด ความอับชื้น อากาศไม่ถ่ายเท ไม่มีแสงแดดฆ่าเชื้อ อากาศจึงใช่ว่าจะบริสุทธิ์ หรือแม้แต่ในแท็กซี่ เปิดแอร์ ปิดกระจกตลอด มีคนขึ้นลงตลอด ความอับชื้นจึงมีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งหมดล้วนเป็นมลภาวะทางอากาศที่ระบบหายในของเราต้องเผชิญอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

เตือน “มือเท้าชา” สัญญาณอันตราย รู้ก่อนป้องกันได้

“อาการชา” ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคปลายประสาทอักเสบซึ่งถ้าปล่อยไว้เป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการรักษา ก็อาจจะทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

หลายคนคงเคยเกิดอาการ “ชาตามปลายมือปลายเท้า” อยู่บ้าง ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยใส่ใจกับอาการที่เกิดขึ้น เพราะคิดว่าเป็นอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราวและสามารถหายได้เองแต่หารู้ไม่ว่า “อาการชา” ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคปลายประสาทอักเสบซึ่งถ้าปล่อยไว้เป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการรักษา ก็อาจจะทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง, กล้ามเนื้อลีบ และความรู้สึกรับรู้ลดลงจนหมดความรู้สึกได้

นพ.สมชาย โตวณะบุตร แพทย์ทรงคุณวุฒิทางอายุรกรรม สาขาประสาทวิทยา สถาบันประสาทวิทยา กล่าวว่า โรคปลายประสาทอักเสบ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เฉลี่ยอายุ 30 ปีขึ้นไป โดยกลุ่มคนที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคนี้ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน คนที่ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ คนที่รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ คนที่ร่างกายขาดวิตามินบางชนิด (วิตามิน บี 1 บี 6 บี 12) และคนที่รับประทานยาบางตัวที่มีผลข้างเคียงต่อเส้นประสาท

ระบบประสาทของเราแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ 1.ระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วยสมองและไขสันหลัง ซึ่งมีหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุม สั่งการและส่งคำสั่งโดยกระแสประสาท 2.ระบบประสาทส่วนปลาย ทำหน้าที่รับคำสั่งจากระบบประสาทส่วนกลางและส่งต่อคำสั่งไปยังกล้ามเนื้อ ส่งผลให้เราสามารถเคลื่อนไหวและรับรู้ความรู้สึกได้ โดยระบบประสาทส่วนปลายมีเส้นประสาททำหน้าที่เหมือนเป็นสายไฟฟ้าในการนำคำสั่งไปตามอวัยวะต่างๆ ซึ่งเส้นประสาทส่วนปลายที่ออกจากสมอง มีอยู่ทั้งหมด 12 คู่ซ้ายขวา แต่ละคู่ควบคุมการทำงานในแต่ละส่วนของร่างกายที่แตกต่างกันไป โดยเส้นประสาทที่มักพบอาการอักเสบ และเห็นความผิดปกติของร่างกายได้ชัด เช่น เส้นประสาทคู่ที่ 7 เป็นเส้นที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ถ้าเกิดการอักเสบ ทำให้เกิดโรคหน้าเบี้ยว ใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในช่วงที่เราทำงานหนัก พักผ่อนน้อย, เส้นประสาทคู่ที่ 8 ถ้าเกิดการอักเสบ ทำให้สูญเสียการทรงตัว เกิดอาการบ้านหมุนตามมา บางรายอาจเกิดเสียงแว่วในหู หรือ หูดับ เส้นประสาทคู่ที่ 3, 4, 6 อักเสบ มักจะพบในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน อาการที่เจอคือ เห็นภาพซ้อนในแนวใดแนวหนึ่ง และเส้นประสาทที่อาจจะพบการอักเสบได้อีก ได้แก่ เส้นที่ 5 จะมีอาการปวดเสียวแปลบๆ บนใบหน้า เหมือนไฟฟ้าช็อต มักเกิดซีกใดซีกหนึ่งของหน้า

คุณหมอกล่าวต่อว่าเส้นประสาทที่ออกจากไขสันหลังมีหลายสิบคู่ ซึ่งอาจเจอในเรื่องของเส้นประสาทถูกกดทับหรืออักเสบได้ จากการที่เราใช้อวัยวะ อาทิ คอ มือ เอว ในท่าทางที่ไม่ถูกต้องนานๆ โดยกลุ่มแม่บ้าน คนที่ใช้มือเยอะๆ เช่น คนขี่มอเตอร์ไซค์ คนที่พิมพ์คอมพิวเตอร์นานๆ รวมไปถึงคนที่มีหมอนรองกระดูกเสื่อม อาจจะพบเส้นประสาทถูกกดทับได้มากกว่าคนทั่วไปอาการที่พบคือ ชา ปวดแปลบๆ ปวดร้อนๆ ซ่าๆ ตามบริเวณที่ถูกกดทับหากได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ ก็จะมีโอกาสทุเลาลง หรือหายขาดได้ แต่ถ้าเรานิ่งเฉย ไม่สนใจ และปล่อยให้อาการเหล่านี้เกิดต่อเนื่องเรื่อยๆ และทวีความรุนแรงขึ้น ก็อาจจะส่งผลให้เกิดกล้ามเนื้ออ่อนแรงกล้ามเนื้อลีบเล็กลงหรือ เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ หรือ ไม่สามารถรับความรู้สึกได้เหมือนเดิม

ทั้งนี้ การดูแลตัวเองและป้องกันไม่ให้เกิดโรคปลายประสาทอักเสบเป็นสิ่งสำคัญ สามารถทำได้โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เลิกดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ ปรับรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันไม่ให้เส้นประสาทเสี่ยงต่อการถูกกดทับ แต่หากประชาชน มีอาการที่ใกล้เคียงกับที่กล่าวไปก่อนหน้านี้และสงสัยว่าอาจจะเป็นโรคปลายประสาทอักเสบ สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองเบื้องต้น จากสถานพยาบาลทั่วประเทศ โอกาสนี้ สถาบันประสาทวิทยา ร่วมกับ บริษัท เมอร์ค จำกัด ได้จัดกิจกรรม “Care your love, care your Nerve” เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับอาการชาปลายประสาทอักเสบ ภัยเงียบใกล้ตัวที่ต้องระวัง นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรม Nerve Clinic Activation ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ตรวจคัดกรองความเสี่ยงของอาการชาปลายประสาทอักเสบ ด้วยเครื่องมือตรวจคัดกรองแบบ Vibrometer โดยเครื่องมือนี้ใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบการรับความรู้สึกที่เท้า โดยวัดความรู้สึกจากแรงสั่นสะเทือนที่เท้า ซึ่งเหมาะสำหรับตรวจคัดกรองเบื้องต้นสำหรับกลุ่มคนที่มีภาวะโรคปลายประสาทอักเสบแอบแฝง ส่วนขั้นตอนในการรักษา แพทย์จะรักษาตามสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค เช่น การให้ยาหรือการให้วิตามิน บี 1 บี 6 บี 12 ขนาดที่เหมาะสม รวมถึงการทำกายภาพบำบัดในรายที่กล้ามเนื้ออ่อนแรง

“ซิโก้” สุดเซ็ง “สารัช” เจ็บ วอนอย่าหนักเกิน

จากกรณีของ “ตังค์” สารัช อยู่เย็น มิดฟิลด์ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ของ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้รับบาดเจ็บรุนแรง จนข้อเท้าหัก ต้องพักประมาณ 6 เดือน จากจังหวะปะทะ ในเกมโตโยต้า ไทยลีก 2017 เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์

ด้าน นพ.พรเทพ ม้ามณี แพทย์ประจำสโมสรเอสซีจี เมืองทอง เปิดเผยอาการว่า ข้อเท้า บิดและผิดรูป กระดูกชิ้นด้านนอกหัก มีประมาณ 3 ส่วนที่มีปัญหา ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด และใช้เหล็กดามไว้ หลังการผ่าตัดคาดว่าต้องรักษาประมาณ 5-6 เดือนขึ้นไป แต่ถ้าจะกลับมาแข่งขันได้อาจจะนานกว่า 6 เดือน

“หาก สารัช ชวดเล่น 6 เดือนจริง จะทำให้เขากลับมาลงสนามได้อีกครั้ง อาจจะถึงช่วงปลายฤดูกาล ขณะที่ทีมชาติไทย ก็จะไม่ได้เล่นในฟุตบอลโลก 2018 รอบ 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย ใน 5 นัดที่เหลือตามโปรแกรมอย่างแน่นอน” นพ.พรเทพ กล่าว

ขณะที่ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าห่วง สำหรับวงการฟุตบอลไทย โดยเฉพาะสโมสรที่มีนักเตะทีมชาติไทย ซึ่งจะทำให้ทีมคู่แข่งเล่นเต็มที่ มีการเข้าบอลหนักๆ อาจทำให้นักเตะได้รับบาดเจ็บได้ อย่างกรณีของ สารัช นอกจากส่งผลเสียกับทีมชาติแล้ว สโมสรต้นสังกัดก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน กรณีนักเตะที่เป็นขวัญใจบาดเจ็บ ก็อาจจะทำให้แฟนบอลลดลง จึงอยากฝากนักเตะทุกสโมสรเล่นอย่างมีน้ำใจนักกีฬา รวมทั้งผู้ตัดสินก็ต้องควบคุมเกมให้ดีด้วย

“ผมเข้าใจถึงวิถีของฟุตบอลอยู่แล้ว เกมจะต้องมีการปะทะกันอยู่แล้ว ขณะเดียวกันเข้าใจถึงความมุ่งมั่นของนักเตะทุกคน โดยเฉพาะทีมที่เป็นรอง จะต้องใช้เกมหนักเข้าสู้ เพื่อหวังจะมีแต้ม ก็อยากเตือนเรื่องการเข้าปะทะนอกเกม เพราะหากนักเตะเจ็บหนักๆ โดยเฉพาะนักเตะทีมชาติไทย ก็อาจไม่เหลือให้เตรียมทีมเลยก็เป็นได้”

 

กุนซือจอมตีลังกา เผยอีกว่า การที่ทีมชาติไทย ต้องขาด สารัช เป็นสิ่งที่น่าเสียดายมากๆ อีกทั้งตัว สารัช เอง ก็มีความตั้งใจที่จะลงสนามในเกมพบ ซาอุดีอาระเบีย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 23 มี.ค. เนื่องจากนัดแรก เจ้าตัวโดนใบแดง และทำเสียจุดโทษ จึงอยากแก้ตัวที่เกมในบ้าน

“ณี”ล่าแชมป์-ทวงมือ1ก่อนชิงตั๋วอลป.2020

“ณี” สุธิยา จิวเฉลิมมิตร นักยิงเป้าบินสาวมือ 1 ทีมชาติไทย ประกาศคว้าแชมป์เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ที่รัสเซีย เพื่อทวงมือ 1 โลก ก่อนลุยศึกชิงโควตาโอลิมปิกเกมส์ 2020

“ณี” สุธิยา จิวเฉลิมมิตร นักยิงเป้าบินทีมชาติไทย ล่าสุดเป็นมืออันดับ 5 ของโลก เปิดเผยถึง แผนการแข่งขันในปี 2560 เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการชิงโควตาเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น “โตเกียวเกมส์” ว่า ในปีนี้ เนื่องจากยังไม่มีการแข่งขันเพื่อคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ 2020 จึงสามารถฝึกซ้อมที่ประเทศไทยเป็นหลัก แต่อาจจะออกไปฝึกซ้อมต่างประเทศบ้าง อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของโค้ชตอนนี้ ตนต้องเป็นโค้ชให้ตัวเอง เพราะเทคนิคต่าง ๆ ที่เรียนรู้จากโค้ชหลายคนถือว่าเพียงพอแล้ว มีแค่เรื่องสภาพจิตใจและการควบคุมสมาธิที่เคยเป็นปัญหาในโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่ ริโอ เดอจาเนโร ที่ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยมี อ.พิชิต เมืองนาโพธิ์ คอยดูแลเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬาและจิตวิทยาให้เหมือนที่ผ่านมา และมีเทคนิคต่างๆ ให้ใช้ตลอด ถือว่าก็ดีขึ้นกว่าเดิม

ทั้งนี้ สุธิยา กล่าวอีกว่า ความคาดหวังในปีนี้อยู่ที่การคว้าแชมป์เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ในเดือนกันยายน ให้ได้ และทวงตำแหน่งนักยิงเป้าบินสกีต หมายเลข 1 ของโลกคืนมา เนื่องจากตอนนี้ตกมาอยู่อันดับ 5 ของโลกแล้ว รวมทั้งอยากจะคว้าแชมป์รายการเวิลด์คัพและรายการต่างๆ ที่ลงแข่งขันเพื่อสร้างความมั่นใจ ก่อนที่จะเริ่มแข่งขันชิงโควตาโอลิมปิกเกมส์ในปี 2561 จึงต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุดภายในปีนี้

สำหรับ การจัดอันดับโลกยิงเป้าบินประเภทสกีตหญิง 5 อันดับแรก มีดังนี้ 1.ไดอาน่า บาโคซี (อิตาลี) 2.เคียร่า ไคเนโร (อิตาลี) 3.คิมเบอร์ลี่โรด (สหรัฐอเมริกา) 4.เหว่ย เมิ่ง (จีน) 5.สุธิยา จิวเฉลิมมิตร (ไทย)

“เคลตัน” แถลงลา “กิเลนผยอง” ต่อหน้าแฟนหลังเกม “ค้างคาวไฟ”

เคลตัน ซิลวา กองหน้าตัวเก่งของ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กล่าวคำอำลาแฟนบอลอย่างเป็นทางการ

หลังจบเกมไทยลีกที่เอาชนะ สุโขทัย เอฟซี ไป 1-0ดาวยิงชาวแซมบ้าที่ฤดูกาลที่แล้วซัดไป 32 ประตูรวมทุกรายการ ช่วยให้ เมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ไทยลีกมาครอง

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าจะลาทีมไปเล่นในลีกจีน ล่าสุดหลังจบเกมไทยลีกที่เอาชนะ สุโขทัยไป 1-0 หลังจบเกม เคลตัน ซิลวา ที่ถูกส่งลงสนามมาเป็นตัวสำรอง ได้กล่าวอำลาแฟนบอลและเพื่อนร่วมทีมอย่างเป็นทางการ“ขอบคุณทุกคน ผมมีความสุขทุกนาทีที่อยู่ที่สโมสรแห่งนี้ ผมเศร้าที่จะต้องย้ายทีม และนี่คือวิถีของแฟนบอลอาชีพ ผมขอขอบคุณทุกๆคน ขอบคุณเพื่อนร่วมทีม ขอบคุณผู้บริหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนบอลทุกคน”

อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเปิดเผยว่า กองหน้าวัย 30 ปีจะย้ายไปเล่นที่ไหนแต่คาดว่าจะย้ายไปเล่นกับ เซี่ยงไฮ้ เชนซิน ในลีกของประเทศจีน

‘วัลคอตต์’ ซัดประตูที่ 100 ให้ “ปืนใหญ่”

“ธีโอ วัลคอตต์” ดาวยิงตัวจี๊ดของ “อาร์เซนอล” สร้างชื่ออีกแล้ว หลังตะบันประตูที่ 100 ของตัวเองให้กับทีม ในศึกเอฟเอคัพ รอบ 5 ที่บุกไปชนะ “ซัตตัน ยูไนเต็ด” 2-0

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันที่ 21 ก.พ. ว่า ธีโอ วัลคอตต์ กองหน้าความเร็วสูงเลือดผู้ดีของ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ทีมดังของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สร้างชื่อกระหึ่มอีกแล้ว ภายหลังจากที่เจ้าตัวทำประตูประตูลูกที่ 100 ของตัวเองให้กับต้นสังกัด ในศึกเอฟเอคัพ รอบ 5 ที่ไล่ต้อน ซัตตัน ยูไนเต็ด 2-0 เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา

เกมดังกล่าว วัลคอตต์ ทำประตูนำห่าง 2-0 ให้กับทีม ในนาทีที่ 55 จากจังหวะที่ นาโช มอนเรอัล หลุดเข้าไปในเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจ่ายตัดเข้ากลาง และเจ้าตัวก็จัดการซัดเข้าไปนิ่มๆ พร้อมกับพาทีมลิ่วสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ตามความคาดหมาย

จากประตูในเกมดังกล่าวของดาวเตะวัย 27 ปี ส่งผลให้เขากลายเป็นนักเตะคนที่ 18 ในประวัติศาสตร์ของยอดทีมแห่งถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม ที่ทำได้ครบ 100 ประตู จากการลงสนาม 389 นัด นับตั้งแต่ย้ายมาจาก “นักบุญแดนใต้” เซาแธมป์ตัน เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2006

ตัดสกีลูกครึ่งไทยพ้นการแข่งขันชวดเหรียญ’อชก.ฤดูหนาว’

การแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ฤดูหนาว ครั้งที่ 8 “ซัปโปโรเกมส์” ที่เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ทัพนักกีฬาไทยลงชิงชัย 3 ชนิดกีฬา

ซึ่ง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียว, นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. ร่วมชมด้วย

สกีครอสคันทรี ประเภทสปริ้น คลาสสิค ระยะทาง 1.4 กม. ซึ่งมีนักกีฬาไทยลงชิงชัย 2 คนคือคู่พี่น้อง “จันเหลือง” ลูกครึ่งไทย-อิตาลี “มรรค-คาเรน” โดยคาเรนทำเวลาได้ไม่ดีทำให้ตกรอบแรก ขณะที่ มรรค โชว์ฟอร์มเยี่ยมทำเวลาได้ดีสามารถเข้ารอบรองชนะเลิศได้อีกทั้งยังมีโอกาสเข้ารอบชิงฯ อย่างไรก็ตาม มรรค ต้องออกจากการแข่งขันเนื่องจากไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันความเป็นไทยได้ ถึงแม้ว่ามรรคจะลงแข่งในรอบคลอลิฟายไปแล้วก็ตาม

ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ นายกสมาคมกีฬาสกีและสโนว์บอร์ดฯ เปิดเผยว่า เป็นความบกพร่องของเจ้าภาพที่ไม่มีการแจ้งนักกีฬาล่วงหน้า ซึ่งทั้ง มรรค และ คาเรน มีความเป็นไทยทุกอย่าง มีพ่อเป็นคนไทยภูมิลำเนาอยู่ จ.ยโสธร มีแม่เป็นคนอิตาลี

ด้านฮอกกี้น้ำแข็งประเภททีมชาย ไทย ชนะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 6-4 ส่วนทีมหญิง ไทย ชนะ ฮ่องกง 5-4

‘สิทธิคมน์’หายเจ็บคืนคอร์ตเดือนหน้า ประเดิมแข่งที่เวียดนาม

“โค้ชจูน” นายปวริศร์ สุภาศรี ผู้ช่วยโค้ชแบดมินตันของ “เอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมี” เปิดเผยว่า หลังจากที่ “โอ๊ต” สิทธิคมน์ ธรรมศิลป์ นักแบดมินตันหนุ่มดาวรุ่งไทย วัย 21 ปี

ซึ่งเคยเป็นอดีตมืออันดับ 1 เยาวชนโลก และเจ้าของแชมป์แบดมินตัน เอสซีจี จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ 2 สมัย เมื่อปี 2010 และ 2013 ได้รับบาดเจ็บเมื่อ 2 ปีก่อนจนต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดเอ็นหัวเข่าข้างซ้ายนั้น อาการล่าสุดตอนนี้สิทธิคมน์อยู่ในช่วงฟื้นฟูสภาพร่างกาย และถือว่ากลับมาได้กว่า 80% แล้ว

“โค้ชจูน” กล่าวต่อว่า คาดว่ารายการแรกที่จะลองส่งสิทธิคมน์คืนสู่คอร์ตเข้าร่วมการแข่งขันอีกครั้งในรอบกว่า 1 ปีถ้าสภาพร่างกายพร้อม จะเป็นการแข่งขันแบดมินตัน รายการ “โยเน็กซ์ ซันไรส์ เวียดนาม อินเตอร์เนชั่ลแนล ชาลเลนจ์ 2017” ชิงเงินรางวัลรวม 20,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7 แสนบาท ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 21-26 มีนาคมนี้

“โค้ชจูน” ยังกล่าวอีกว่า ในรายการที่เวียดนามสภาพร่างกายของสิทธิคมน์อาจจะยังไม่ถึงกับเต็มร้อย และน่าจะฟิตสมบูรณ์ในช่วงการแข่งขันแบดมินตันรายการ “เอสซีจี ออล ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2017” ชิงแชมป์ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 25-30 กรกฎาคมนี้พอดี

สำหรับสิทธิคมน์นั้น ถือเป็นนักตบลูกขนไก่ชายเดี่ยวดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่างมาก หลังจากโชว์ฟอร์มเข้าถึงรอบรองชนะเลิศการแข่งขันแบดมินตันกรังด์ปรีซ์โกลด์ “เอสซีจี ไทยแลนด์ โอเพ่น” เมื่อปี 2013 แต่หลังจากนั้นพบกับอาการบาดเจ็บและต้องพักรักษาตัวไปนาน

อย่างไรก็ตาม นักแบดมินตันชายเดี่ยวของ “เอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมี” ที่กำลังพุ่งขึ้นมาคือ “ก๊อต” กิตติพงศ์ อิ่มนาค ดาวรุ่งวัยเพียง 19 ปี

“สำหรับปีนี้กิตติพงศ์ก้าวขึ้นสู่รุ่นซีเนียร์พร้อมกับการกลับมาลงสนามอีกครั้งของสิทธิคมน์ และวางแผนแข่งขันเพื่อเก็บคะแนนในการแข่งขันรายการต่างๆ ในปีนี้ โดยทั้งสองคนถือเป็นรุ่นใหญ่สุดของเรา” โค้ชจูนกล่าว

สำนักงานสลากฯ เปิดแนวคิดพิมพ์สลากชุด 5 ใบ ขาย 400 บาท

สำนักงานสลากฯ เปิดแนวคิดพิมพ์สลากชุด 5 ใบ ขาย 400 บาท แก้ลำผู้ค้าขายแพง

พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานสลากฯ เตรียมเสนอไปยังคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลเปลี่ยนแนวทางการจัดพิมพ์สลากใหม่ เป็น 1 ฉบับราคา 80 บาท จากขณะนี้ใน 1 ฉบับคู่ เท่ากับ 80 บาท

ซึ่งในฉบับคู่มีสลาก 2 ฉบับเลขเหมือนกัน ซึ่งการพิมพ์สลากรวมใบเพื่อสะดวกต่อการบริหารจัดการ และสะดวกต่อผู้ซื้อ รวมถึงมีแนวคิดจะทำสลากชุด 1 ใบ 400 บาท เท่ากับสลากชุดที่ขายกัน 5 ใบ ถือเป็นชุดยอดนิยม คาดว่าการทำสลากชุดเองนั้นจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาสลากราคาแพง และลดปัญหาการนำไปจัดเป็นชุดของผู้ค้าได้

“ขณะนี้สำนักงานสลากฯกำลังศึกษาผลดีผลเสีย เพื่อนำเสนอไปยังคณะกรรมการสลากฯ คาดว่าการพิมพ์สลากใบละ 80 บาท น่าจะเริ่มเห็นก่อน แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะเป็นเมื่อใด เนื่องจากต้องดูความพร้อมสำนักงานสลากฯ ด้วยทั้งในเรื่องเปลี่ยนระบบพิมพ์ ระบบการจ่ายรางวัล เดิมรางวัลที่ 1 มีมูลค่าฉบับละ 3 ล้านบาท หรือฉบับคู่ละ 6 ล้านบาท ต้องปรับเปลี่ยนมาเป็นรางวัลที่ 1 ฉบับละ 6 ล้านบาท เป็นต้น โดยรางวัลจะเท่ากับที่ให้ในปัจจุบัน เพียงแค่เปลี่ยนวิธีเท่านั้น”พล.ต.ฉลองรัฐกล่าว

ดัชนีความเชื่อมั่นอุตฯม.ค.เหลือ 87.2

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)กล่าวถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทย ในเดือนมกราคม 2560

พบว่า อยู่ที่ระดับ 87.2 ปรับตัวลดลงจากระดับ 88.5 ในเดือนธันวาคม 2559 เป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน เพราะผู้ประกอบการกังวลต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะนโยบายด้านการค้าระหว่างประเทศของผู้นำสหรัฐฯ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ รวมทั้งความกังวลของผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 100.4 ปรับตัวเพิมขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 100.0 ในเดือนธันวาคม 2559 เนื่องจากผู้ประกอบการเห็นว่าการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา จากการใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐ ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลดีต่อการบริโภคภายในประเทศ และการขยายการลงทุนของผู้ประกอบการ

“ผู้ประกอบการมีข้อเสนอให้ภาครัฐลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน พร้อมขยายเส้นทางคมนาคมขนส่งให้เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุน รวมถึงผ่อนปรนเงื่อนไขการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สำหรับผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม”นายเจนกล่าว