การบำบัดรักษายาเสพติด

การบำบัดรักษายาเสพติด วัยรุ่นหลายคนที่อยากเลิก อยากบำบัดการติดยาเสพติด แต่ไม่รู้จะเริมจากตรงไหน วันนี้เรามีวิธีบำบัดมาฝากให้ได้ศึกษากัน

การรักษา

 ในรายที่เฉียบพลัน ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงคุกคามต่อชีวิต เช่น หัวใจ เต้น
เร็วผิดปกติอย่างมาก ความดันโลหิตสูง หัวใจหยุดเต้น หรือหมดสติ ต้องการ
ช่วยฟื้นชีวิต (Cardiopulmonary Resuscitation) การนวด Carotid การใช้
ยา Beta Blocker กิน หรือ ฉีด หรือการใช้ Cardioversionในขนาดต่ำ ๆ
(50 – 100 จูล) อาการมักอยู่ใน ระยะเวลาสั้นๆ รุนแรงในช่วงแรกๆ

ในรายที่กระสับกระส่าย, วุ่นวาย PANIC อาจใช้ยาเพื่อสงบผู้ป่วยได้ เช่น
Benzodiazepine กิน หรือฉีดเข้าเส้น ในรายที่มีอาการหวาดกลัว ประสาท
หลอน หูแว่ว อย่างรุนแรง อาจให้ High Potency Antipsychotics เช่น
Haloperidol ฉีดเข้ากล้าม หรือเข้าเส้น

ในรายที่เส้นโลหิตในสมองแตก ต้องให้การรักษาโดยด่วน เนื่องจาก สามารถ
เสียชีวิตได้ หรือเป็นอัมพาต โดยทั่วไป อาการจะดีขึ้นเอง เมื่อเวลาผ่านไป
เพียง 2-3 ชั่วโมงและมักไม่เกิน 48 ชั่วโมง แต่ก็มีบางราย ที่มีอาการอยู่นาน
หลายสัปดาห์ – เดือน เพราะฉะนั้นในรายที่มี อาการทางจิตเฉียบพลันจากยา
บ้า (Toxic Psychosis) ทีก่อคดีต่างๆ การปลอบให้ค่อยๆ คลายความหวาด
กลัว ในเวลาที่ผ่านไป เมื่อผู้ป่วย ดีขึ้นจะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้เอง
แต่การขู่บังคับ หรือวิธีรุนแรง จะยิ่งทำให้ผู้ป่วยกลัวมากขึ้น และก่อเหตุร้าย
รุนแรงได้

ในรายที่เป็นเรื้อรังหรือเสพติด ควรประเมินผู้ป่วยดังนี้ คือ
– ชนิดของสารเสพติดที่ใช้ เป็น Amphetamine หรือสารกระตุ้นตัวอื่น
– ปริมาณที่ใช้เป็นประจำ
– ระยะเวลานานเท่าใดที่ผู้ป่วยเสพ
– สารเสพติดอื่นที่ผู้ป่วยใช้ร่วมด้วย เช่น ผงขาว, แอลกอฮอล์, ยานอนหลับ หรือ
สารระเหย เป็นต้น
– ความเจ็บป่วยทางด้านร่างกายและจิตใจ ขณะที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษา
– ปัญหาพื้นฐาน, บุคลิกภาพ, ลักษณะของครอบครัว, สังคม, การศึกษาของ
ผู้ป่วยเพื่อเป็นแนวทางในการให้การรักษา โดยรวมต่อไป

การรักษาจะใช้แนวทาง 3 ประการ คือ Bio-Psycho-social Treatment
ดังนี้ คือ
1. Biological – Treatment คือการรักษาโดยใช้ยา เนื่องจากผู้ป่วยที่ใช้ยาบ้า
มักมีอาการเสพติดทางจิตใจ มากกว่า ทางร่างกายการให้ยาจึงเป็น แบบการ
รักษาประคับประคองตามอาการ (Symptomatic Supportive Treatments)
– อาการทางจิต ได้แก่ หวาดกลัว ประสาทหลอน หูแว่ว ให้ยากลุ่มต้านโรคจิต
(Antipsychotics) และติดตามผลการรักษา
– อาการวิตกกังวล, กระสับกระส่าย , หงุดหงิด, นอนไม่หลับ
ให้ยากลุ่มกล่อมประสาท (Anxiolytics) และติดตามผลการรักษา
– อาการซึมเศร้า อ่อนเพลีย ให้ยากลุ่มต้านอาการซึมเศร้า
(Antidepressants) และติดตามผลการรักษา
– อาการมึนงง, วิงเวียนศีรษะ, ความรู้สึกไม่ปลอดโปร่ง ให้ยากลุ่ม บำรุง
ประสาท เช่น วิตามิน B ยากลุ่มบำรุงสมอง เพิ่มการไหลเวียน เลือดในสมอง
เป็นต้น
ให้ยาบำรุงร่างกายหรือรักษาโรคทางร่างกายต่างๆ ที่พบในขณะรับการรักษา

2. Psychological Treatment ให้การรักษาทางด้านจิตใจ โดยจิตบำบัด
(Psychotherapy) จะใช้แบบใดขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละราย ส่วนใหญ่จะใช้
แบบ Supportive Psychotherapy) โดยเน้นให้ผู้ป่วยมีความรับรู้ด้วยตนเอง
ใน 3 ประการ คือ
– อันตรายจากการใช้ยาบ้า
– กิจกรรมทดแทน เมื่อเลิกเสพยาบ้า
– เป้าหมายในอนาคตที่ผู้ป่วยหวังได้ ได้แก่ อาชีพ ฐานะการเงิน สถานะใน
สังคมการมีครอบครัว ฯลฯ

3. Social – Treatment ได้แก่ การให้คำแนะนำแก่ครอบครัว และผู้ทีมีความ
เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย เช่น ที่ทำงาน หรือที่โรงเรียน ในการปฏิบัติด้านความเข้า
ใจเกี่ยวกับอาการติดยาบ้า ที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ การสอดคล้องดูแล ผู้ป่วย การคบ
เพื่อนต่างๆ ซึ่งมีความสำคัญ อย่างมากในการให้การรักษาต่อผู้ป่วย

ผู้ป่วยสามารถมารับการรักษาที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์ ทั้งลักษณะ ผู้ป่วยนอก
21 วัน คือมาพบแพทย์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง 3 สัปดาห์ หรือ มารักษาเป็นผู้ป่วยใน
ซึ่งใช้เวลาในการรักษา 21 วัน เช่นเดียวกัน

ในกรณี ที่เป็นผู้ป่วยนอกญาติพี่น้องจะต้องมีบทบาทสำคัญ ในการให้ การดูแล
ผู้ป่วย สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการรักษาเป็นผู้ป่วย ในรูปแบบชุมชนบำบัดก็
สามารถทำได้โดยใช้เวลา 1 – 1 1/2 ปี ซึ่งจะเป็นประโยชน์ มากสำหรับผู้ป่วย
ที่มีปัญหาทางด้าน พฤติกรรม บุคลิกภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อมไม่ดี ให้ผู้
ป่วยสามารถปรับเปลี่ยน พฤติกรรมและหลุดพ้นจากปัญหายาเสพติด

รักษายาบ้าอย่างไร ถึงได้ผล

สิ่งที่พ่อแม่แสวงหามากที่สุดเมื่อรู้ว่าลูกติดยาเสพติดคือ สถานที่ที่จะช่วยบำบัด
รักษา หรือยาที่จะช่วยลูกให้ทัน จากมหัตภัยครั้งนี้ ไม่ว่าจะสูญเสียค่าใช้จ่าย
มากเพียงไร พ่อแม่ก็พยายามสุดความสามสามารถเพื่อให้ลูกอันเป็นที่รักได้
กลับมาเป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง โดยธรรมชาติของยาเสพติดที่อยู่ในร่างกาย
มนุษย์ ภายหลังการเสพยาเสพติดจะออกฤทธิ์ ต่อส่วนต่าง ๆของร่างกาย โดย
เฉพาะระบบประสาทฤทธิ์ที่ออกจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิด ของยาเสพติด
จากนั้น ยาเสพติดจะขับออกจากร่างกายโดยเฉพาะการขับถ่ายออกจาก
ร่างกายทั้งหมด สำหรับสารแอมเฟตามีน (Amphetamine) ที่อยู่ในยาบ้า
สามารถอยู่ในร่างกายได้ประมาณ 1-2 วัน ระยะเวลาที่สารแอมเฟตามีนอยู่
ใน ร่างกายขึ้นอยู่กับสภาพความเป็นกรด-ด่างของปัสสาวะ ถ้าเราดื่มน้ำส้ม
หรือน้ำมะนาว เพื่อทำให้ปัสสาวะเป็นกรด ร่างกายก็จะสามารถขับถ่ายสาร
แอมเฟตามีนออกจากร่างกาย ได้เร็วขึ้น

ดังนั้น การรักษาผู้ติดยาเสพติด จึงไม่ใช่การทำ ให้ร่างกายปลอดจากยาเสพ
ติด แต่เป็นการบำบัดรักษาความ ผิดปกติของร่างกายจากผลของยาเสพติด
ความผิดปกติ ของร่างกาย จากผลของการติดยาเสพติดก็คือ ความผิดปกติ
ของระบบประสาท โดยเฉพาะสมองส่วนกลาง (Central nervous system)
และสารสื่อเคมีสมอง (Neurotransmitter) สมองของผู้ติดยาเสพติดต้องการ
ฤทธิ์ของยาเสพติดที่จะกระตุ้นให้ระบบสมอง ทำงาน อย่างปกติ หากช่วงใดขาด
ยาเสพติดไปกระตุ้น ก็จะเกิดอาการ ผิดปกติขึ้น อาการผิดปกติ
ของร่างการที่เห็นทันที ที่หยุดเสพยาได้แก่ อาการถอนพิษยา (Withdrawal
symptomw) และ อาการอยากยาหรือเสี้ยนยา (Craving) สำหรับอาการถอนพิษยา
ในผู้ติดเฮโรอีนก็คือ อาการ ลงแดงนั้นเอง ผู้ติดยาจะ
ทรมานมากจากอาการปวดกระดูกรุนแรง ท้องเสีย เหงื่อแตก น้ำมูก-น้ำตา
ไหล เป็นต้น
สำหรับยาบ้า อาการถอนพิษยาหลังจากการหยุดยาบ้าทันที จะมีอาการ หิวบ่อย
กินจุ กระวนกระวาย อ่อนเพลีย และ มีความรู้สึกจิตใจหดหู่    บางรายมีอาการ
ถึงขนาดอยากฆ่าตัวตาย ในระยะนี้ผู้ติดยาจะอยากนอก และนอนเป็นเวลานาน
ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก ต่อจากอาการถอนพิษยา ผู้ติดยา จะมีอาการอยากยา
มาก ในช่วงนี้ผู้ติดยาจะมีความรู้สึก ไม่เป็นสุข ไม่มีกำลังทั้งทางร่างกายและ
จิตใจ อยากที่จะใช้ยา เพื่อ กระตุ้น ร่างกายและจิตใจให้เกิดความ กระชุ่ม
กระชวยกลับมาใหม่

การบำบัดรักษาผู้ติดยาบ้าในช่วงแรก เพื่อลดอาการถอนพิษยาจึงเป็นการให้ยาตามอาการ
เพื่อลด ความเครียด อาการซึมเศร้า หรืออาการทางจิตอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ติดยาสามารถประคับ
ประคองตัวเองผ่านช่วงนี้ไปได้
หลังจาหยุดยา 3-4 สัปดาห์ อาการถอนพิษยาและอาการอยากยาจะลดน้อยลง
แม้ว่าผู้ติดยาที่ผ่านการบำบัดรักษาขั้น ถอนพิษยา จะมี สุขภาพร่างกายและจิต
ใจดีขึ้น ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง อ้วนท้วนขึ้น แต่ความผิดปกติของระบบสมอง พฤติกรรม และสิ่งแวดล้อมยังไม่ได้แก้ไข   จำเป็นที่จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนฟื้นฟู
สมรรถภาพต่อไป เพื่อให้ผู้ติดยาเสพติด หายขาด ไม่หวนกลับไปเสพยาเสพติด
อีก การที่ต้องผ่านขั้นตอนฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อฟื้นฟูบำบัดให้สมองผู้ติดยาเสพ
ติด หวนกลับมาเป็นสมองของคนปกติ

ระบบประสาทของคนติดยาต้องการเสพติดเป็นประจำ เพื่อกระตุ้น ให้มีสารสื่อ
เคมี สมองพอเพียงที่จะทำให้เกิดความสุข ไม่วิตกกังวล หากขาดการกระตุ้น
จากยาเสพติด สมองของผู้ติดยาเหล่านี้ จะมีปฏิกิริยาตรงกันข้าม ผู้ติดยาจะ
หงุดหงิดไม่เป็นสุข มีความเครียด วิตกกังวล และมีความอยากที่จะกลับไปเสพ
ยา เสพติดอีก ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควรให้ส่วนต่าง ๆ ของ
สมองได้ปรับตัวกลับเป็นปกติ ใจช่วงที่ระบบสมองปรับตัวเป็นปกติ ผู้ติดยาต้อง
ไม่หวนกลับไปเสพยาเสพติดอีก นอกจากระบบสมองแล้ว พฤติกรรม และสภาพ
แวดล้อมของผู้ติดยาต้องได้รับการปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น ในกระบวนการฟื้นฟู
สมรรถภาพมีหลายวิธีการที่ ถูกนำมาช่วยเหลือผู้ติดยาได้แก่ การให้คำปรึกษา
และการทำจิตบำบัด มีความจำเป็น เพื่อให้ผู้ติดยาเข้าใจถึงปัญหา ของตนเอง
ที่นำไปสู่การเสพยาเสพติด้องรับสภาพของครอบครัว ให้สมาชิกได้เข้าใจปัญหา
และช่วยกันดูแล ประคับ ประคองผู้ติดยา ปรับสภาพ กลุ่มเพื่อนฝูงให้ห่างไกล
จากเพื่อที่จะมาชักชวนให้เสพยา สร้างความมั่นคงทางจิตใจผ่าน ทางผู้เกี่ยว
ข้อง หรือกลุ่มที่เลิกยาแล้ว ให้ผู้ติดยาสามารถยืนหยัดแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดย
ไม่หวนกลับไปเสพยาอีก ดังนั้นจะเป็นได้ว่า การบำบัดรักษาผู้ติดยาบ้าให้หาย
ขาด ไม่หวนกลับไปเสพใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องใช้ระยะ เวลา และ
ความช่วยเหลือจากผู้ที่ใกล้ชิด

การรักษาเฉพาะอาการในช่วงถอนพิษอย่าเดียว ไม่เป็นการเพียงพอ จำเป็นต้อง
มีกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพ ทางร่างกายและจิตใจ รวมทั้งปรับพฤติกรรม
สภาพแวดล้อมทั้งในครอบครัว และกลุ่มเพื่อนให้ดีขึ้น จึงจะทำให้ ผู้ติดยาเสพ
ติดหลุดพ้นจากการเป็นทาสอย่างถาวร ถึงตอนนี้ หวังว่าอย่าไปหลงเชื่อคำ
โฆษณาใด ๆ ว่า มียาหรือสมุนไพรที่สามารถรักษาผู้ติดยาเสพติดให้หายขาด
ได้ เพราะนอกจากจะสูญเสียเงินทองค่ารักษาแล้ว ยังต้องเสียเวลา ไปโดยใช่
เหตุอีก การบำบัดรักษาผู้ติดยายาบ้า การให้คำปรึกษา (Counselling)ถ้าผู้ป่วย
เพียงแค่ใช้ยาบ้า ยังไม่ถึง ขั้นติดยา การรักษาไม่จำเป็นต้องใช้ยาและขั้นตอน
ต่าง ๆ มากเท่าผู้เสพติดยาบ้าผู้ให้การรักษาจะให้คำปรักษา แนะนำ แก่ผู้ป่วย
และครอบครัวเป็นหลัก การรักษาผู้ป่วยที่เสพติดยาบ้าแบบผู้ป่วยใน
ผู้ติดยาบ้าที่เริ่มมีอาการทางจิตจำเป็น ต้องรับการรักษาแบบผู้ป่วยในดูแลให้
ผู้ติดยาผ่านพันขั้นตอน ถอนพิษยาไปได้ การฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation)
เป็นการจัดกิจกรรให้ผู้ติดยาฝึกฝนตัวเองทั้งทางร่างกาย และจิตใจให้สามารถ
ดำรงชีวิต โดยไม่ หันกลับไป เสพยาอีก สถานบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ผู้ที่
ติดยาบ้าไม่จำเป็นต้องเข้ารับการบำบัดรักษา แต่เฉพาะ สถานบำบัดรักษาผู้ติด
ยาเสพติด สามารถขอรับการรักษาจากโรงพยาบาลของรัฐและเอกชนทั่วไป