ทลายผับขอนไม้ เจอปัสสาวะม่วง 6 ไม่พกบัตร 13

      ฝ่ายปกครองลุยจับผับมั่วยาย่านฝั่งธนบุรี หลังชาวบ้านร้องเรียนว่าเปิดเกินเวลาและปล่อยให้ลูกค้าเสพยา ส่งสายลับตรวจสอบก่อนพบว่าเป็นความจริง หลังตรวจค้นพบยาเคซุกในธนบัตรทิ้งเกลื่อนพื้น แถมยังมีกล่องใส่อุปกรณ์เสพยาบ้าทิ้งไว้บนโต๊ะลูกค้า และอยู่ในโซนนิ่งใกล้สถานศึกษา แจ้งดำเนินคดีเจ้าของผับ 7 ข้อหา ส่งพนักงานสอบสวน สน.บางพลัดดำเนินคดี

ฝ่    ายปกครอง-ป.ป.ส.จับผับย่านฝั่งธนบุรีรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 15 ธ.ค. นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง นายมานะ สิมมา ผอ.ส่วนสอบสวนคดีอาญา กรมการปกครอง นายภูมิพงษ์ ขุนฉนมฉ่ำ ผู้ตรวจราชการกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นางสุภาภรณ์ ชมชัย ผอ.สนง.ศอ.กต. เจ้าหน้าที่กรมการปกครอง เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค เจ้าหน้าที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต และเจ้าหน้าที่เขตบางพลัด เข้า ตรวจสอบสถานบริการร้านขอนไม้ เลขที่ 275-277 ถนนสิรินธร แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม.

 

 

  ที่ตั้งผับดังกล่าวเป็นอาคารชั้นเดียวใกล้ห้างตั้ง ฮั่ว เส็ง ระหว่างเข้าจับกุมพบนักเที่ยวกำลังดื่มกิน สูบบุหรี่ตามโต๊ะ วงดนตรีกำลังเล่นเพลงอย่างสนุกสนาน เจ้าหน้าที่สั่งให้ดนตรีหยุดเล่นและเปิดไฟเพื่อตรวจบัตรประชาชนนักเที่ยว และตรวจหาสารเสพติดทุกคน มีนายขวัญชัย อภิธนาคุณ อายุ 46 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของ ตรวจสอบภายในร้านพบยาเคซุกซ่อนในธนบัตรที่พับเป็นซองทิ้งอยู่ตามพื้นจำนวนมาก และยังพบกล่องเหล็กภายในพบอุปกรณ์การเสพและยาบ้าสีส้มจำนวน 2 เม็ดวางอยู่บนโต๊ะ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

   นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ กล่าวว่า การเข้าจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าร้านดังกล่าวปล่อยปละละเลยให้เปิดเกินเวลาและมียาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงส่งสายลับเข้าตรวจสอบพบว่า ร้านดังกล่าวมีความผิดตรงตามที่ร้องเรียน จึงนำกำลังเข้าจับกุมพบว่า มีผู้เข้าใช้บริการไม่พกบัตรประชาชน 13 คน ปัสสาวะเป็นสีม่วง 6 คน เป็นพนักงานชายของร้านเอง 2 คน นักเที่ยว 4 คน เป็นหญิง 2 คน และชาย 2 คน ร้านมีใบอนุญาตตั้งสถานบริการจดชื่อบริษัทคลินตัน เอนเทอร์เทนเม็นท์ จำกัด แต่ร้านดังกล่าวตั้งสถานบริการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2558 และอยู่ในเขตโซนนิ่งตั้งใกล้สถานศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงไม่มีสิทธิเปิดสถานบริการ

 

 

  เบื้องต้นแจ้งดำเนินคดีทั้งหมด 7 ข้อหาคือ ข้อหาเปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ข้อหาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ข้อหายินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานบริการ ข้อหาไม่จัดทำบัตรประวัติพนักงานก่อนเข้าทำงานในสถานบริการ ข้อหาไม่ตรวจบัตรประจำตัวผู้เข้ามาใช้บริการ ข้อหาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย (จัดโปรโมชัน) และข้อหาปล่อยให้สูบบุหรี่ในสถานบริการ นำตัวผู้กระทำผิดส่งพนักงานสอบสวน สน.บางพลัด ดำเนินคดี ก่อนมีคำสั่งให้เสนอเพิกถอนใบอนุญาตและมีคำสั่งให้ปิดสถานบริการต่อไป