ยาบ้า ในร้ายมีดี?

ยาบ้าเป็นยาเสพติดที่มีส่วนประกอบหลักเป็นสารกลุ่มแอมเฟตามีน ซึ่งในขณะที่หมอกำลังเขียนบทความนี้เป็นช่วงที่กำลังมีข่าวดังมากเกี่ยวกับแนวคิดที่จะถอดสารกลุ่มแอมเฟตามีนออกจากบัญชียาเสพติด รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎหมายที่เกี่ยวข้องจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ดังนั้นแล้วเราลองมารู้จักแอมเฟตามีนกันสักนิดว่ามันคืออะไร มีที่มาอย่างไร มีผลเสียนิดเดียวจริงหรือไม่ และมันมีประโยชน์ด้วยหรือ?

แอมเฟตามีนเป็นสารกลุ่มกระตุ้นประสาทที่ถูกค้นพบมานานกว่า 100 ปีแล้ว โดย Barger และ Dale ในปี พ.ศ.2453 แต่เริ่มมีการนำมาใช้ทางการแพทย์ประมาณปี พ.ศ.2475 โดยใช้เป็นยาพ่นเพื่อลดน้ำมูกและรักษาหอบหืด ต่อมาเริ่มมีรูปแบบยาเม็ดออกมาจำหน่ายเพื่อรักษาโรคลมหลับ (narcolepsy) และโรคซึมเศร้า อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นไม่นานก็พบว่าตัวสารแอมเฟตามีนนี้มีลักษณะเป็นสารเสพติด จึงถูกห้ามใช้ในเวลาต่อมา

ในประเทศไทยเริ่มมีการนำเข้าแอมเฟตามีนประมาณปี พ.ศ.2510 ในช่วงแรกถูกเรียกว่า “ยาม้า” สันนิษฐานกันว่าชื่อนี้น่าจะมาจากการที่ตัวเม็ดยาที่นำเข้ามีรูปหัวม้าอยู่ แต่ก็มีอีกข้อสันนิษฐานหนึ่งว่าอาจเป็นเพราะมีการนำมาใช้ในม้าแข่งเพื่อให้วิ่งเร็วและอดทน อย่างไรก็ตามในปี พ.ศ.2539 มีการเปลี่ยนชื่อจาก “ยาม้า” เป็น “ยาบ้า” โดยนายเสนาะ เทียนทอง ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยมีแนวคิดว่าเพื่อให้ผู้ที่ใช้ตระหนักว่ายาตัวนี้ใช้แล้วอาจเป็นบ้า ควบคุมสติไม่ได้ และเปลี่ยนจากสิ่งเสพติดประเภท 3 เป็นสิ่งเสพติดประเภทที่ 1 มีอัตราโทษสูงสุด

ปัจจุบันยาบ้าในประเทศไทยพบได้บ่อยใน 3 รูปแบบ ได้แก่ แอมเฟตามีนซัลเฟต เมทแอมเฟตามีน และเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ นิยมเสพโดยการรับประทาน หรือนำไปลนไฟแล้วสูดดม ในต่างประเทศมีการฉีดเข้าเส้นเลือดบ้าง แต่ไม่เป็นที่นิยมในบ้านเรา