วิธีบำบัดยาเสพติด

บำบัดยาเสพติด

มีหลายครั้งที่ทำให้หลายคนต้องหลงผิดไปกับสารเสพติดโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งอาจจะเกิดจากปัญหาในครอบครัว ปัญหาในเรื่องของเพื่อนฝูง และปัญหาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ รอบตัว แต่เมื่อตั้งใจที่จะกลับตัวกลับใจใหม่ให้เข้ามาอยู่ในสังคมได้ตามเดิม ก็มาถูกชาวบ้านตราหน้าว่าเป็นพวกขยะสังคม ทำให้สังคมและประเทศชาติเดือดร้อน พ่อแม่ไม่สั่งสอน และอื่น ๆ อีกมากมายทำให้ความตั้งใจเดิมในตอนแรกที่จะกลับตัวเป็นคนดีถูกทำลายลงไป และกลับไปใช้ยาเสพติดตามเดิม ซึ่งบางร้ายอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ จากคำพูดของคนเพียงไม่กี่คำเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และรัฐควรจะมีการปรับเปลี่ยนทัศนคติของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เพราะผู้เสพยาบ้านั้น ก็ถือว่าเป็นผู้ป่วยประเภทหนึ่งที่ต้องมีการรักษา มีการบำบัดเพื่อให้หายจากโรค และจะได้กลับเข้ามาสู่สังคมอย่างเต็มภาคภูมิอีกครั้ง

เพราะฉะนั้นในบทความนี้เราจึงขอแนะนำเรื่องราวเกี่ยวกับวิธีบำบัดรักษาเพื่อให้หายขาดจากการติดยาเสพติด โดยมีทั้งแนวทางรักษาโดยการแพทย์ การรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญในองค์กร หรือสถาบันต่าง ๆ และแนวทางรักษาด้วยตัวเอง เพียงแค่มีจิตใจที่เข้มแข็ง เชื่อมั่นและให้กำลังใจตัวเองโดยไม่ต้องสนใจใคร คิดเสียว่าทำเพื่อตัวเองและครอบครัว เท่านี้ก็เพียงพอต่อความตั้งใจที่จะเข้าสู่กระบวนการเลิกยาเสพติดแล้ว

แนวทางบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดในทางการแพทย์
โดยทั่วไปแล้ว ทุกสถานบำบัดจะมีแพทย์ประจำอยู่ทั้งหมด เพราะจะต้องคอยปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือผู้คน เช่น การตรวจร่างกาย การดูแลรักษาที่จะต้องมีการสั่งการหรือกระทำโดยแพทย์ทั้งสิ้น แต่ในกรณีนี้จะหมายถึงการเข้ารับการบำบัดรักษาในกรณีที่ต้องการเลิกยาเสพติด โดยทางโรงพยาบาลต่าง ๆ ก็ได้มีการแบ่งออกเป็นผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในเหมือนผู้ป่วยทั่วไป โดยเรามีข้อมูลในแต่ละส่วนมาชี้แจงให้ทราบดังต่อไปนี้

1.การบำบัดผู้ติดยาแบบผู้ป่วยใน
การเลือกวิธีรักษาประเภทนี้ ผู้ป่วยจะต้องเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่ทางโรงพยาบาลจัดไว้ให้ หรือที่เรียกว่าศูนย์การรักษาตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะมีแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เริ่มตั้งแต่การซักประวัติ การรักษาในกรณีถอนพิษยา หรือผู้ป่วยมีอาการอยากยาขึ้น เมื่อมีอาการดีขึ้นแล้ว ก็จะมีการรักษาทางจิตวิทยาต่อไป เพื่อเป็นการฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ป่วยให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ

2.การบำบัดผู้ติดยาแบบผู้ป่วยนอก
การเลือกรักษาวิธีการนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการรักษา ไม่มีความประสงค์จะรักษาตัวตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนการเป็นผู้ป่วยใน โดยทั่วไปแล้วการรักษาของผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกจะมีความคล้ายคลึงกัน เพียงแต่ผู้ป่วยนอกสามารถจัดตารางเวลาที่เหมาะสมในการเข้าพบแพทย์ได้เท่านั้นเอง แต่ถ้าหากว่านัดหมายแล้วยังไม่สามารถเข้ามาได้ หรือไม่สามารถอดทนกับการพยายามเลิกสารเสพติดได้ ก็ควรหยุดการใช้ชีวิตประจำวันสักระยะหนึ่ง มารักษาแบบเด็ดขาดโดยวิธีของผู้ป่วยในแทน

การบำบัดรักษาโดยวิธีการขององค์กรและสถาบันต่าง ๆ
ในส่วนนี้จะมีวิธีรักษาที่เป็นขั้นตอนด้วยกันทั้งหมด 4 ขั้นตอน อาจจะแตกต่างกันบ้างในเรื่องของระยะเวลา และยาที่นำมาใช้ในการรักษา แต่ลักษณะโดยทั่วไปจะเหมือนกันหมด คือ

ขั้นตอนที่ 1 เตรียมการ
เริ่มจากการส่งตัวผู้ป่วยมาที่สถาบันจากนั้นจะมีการซักประวัติต่าง ๆ ทั้งตัวผู้ป่วยและครอบครัว เช่น ประวัติภูมิหลัง ปัญหาในครอบครัว ปัญหาเพื่อนฝูง เหตุที่ทำให้ติดสารเสพติด พร้อมกันนี้ก็จะมีการให้กำลังใจและให้คำแนะนำในการเลิกสารเสพติดไปในตัว เมื่อเรียบร้อยแล้วก็จะมีการตรวจร่างกายด้วยวิธีทางการแพทย์ และเข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 ต่อไป

ขั้นตอนที่ 2 ถอนพิษของยาเสพติด
ในการถอนพิษยาจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยมีอาการอยากยามาก ๆ และจะเริ่มมีอาการคลั่ง ก็จะมีการให้ยาชนิดอื่นทดแทน เช่น เมธาโดน หรือยาสมุนไพร (แตกต่างกันไปตามแต่สถาบันหรือองค์กร) ซึ่งผู้ป่วยจะเข้าสู่กระบวนการ “หักดิบ” นั่นเอง ขั้นตอนนี้อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ และจะต้องเจอกับปัญหาของร่างกาย เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่ในสถาบัน มักจะให้ญาติผู้ป่วยเข้ามาเยี่ยมเยียนเพื่อให้กำลังใจผู้ป่วยให้ผ่านขั้นตอนนี้ไปให้ได้ ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 3

ขั้นตอนที่ 3 ฟื้นฟูสภาพจิตใจและสมรรถภาพ
เมื่อผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และเลิกยาได้แล้ว ก็จะมีการฟื้นฟูสภาพจิตใจให้เข้มแข็ง เพื่อไม่ให้มีการกลับไปใช้ยาต่อไป บางที่อาจจะมีการสินอาชีพ หรือจัดกิจกรรมให้ทำ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม หรือทำมาหาเลี้ยงชีพตนเองได้ ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับการอุปสมบทในขั้นตอนนี้ เพื่อใช้ศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจอีกด้วย ซึ่งก็นับว่าได้ผลดี เพราะมีผู้ป่วยจำนวนมากที่บวชไม่สึกตลอดชีวิต

ขั้นตอนที่ 4 ติดตามดูแล
เมื่อผู้ป่วยได้เข้าสู่ขั้นตอนการบำบัดครบทั้ง 3 ขั้นตอน และกลับมาสู่สังคมแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการติดตามดูแล ด้วยการสอบถาม นัดพบเพื่อตรวจร่างกายอีกครั้งว่ายังใช้สารเสพติดอยู่หรือไม่ พร้อมกันนี้ก็ให้คำปรึกษา ให้กำลังใจ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำ ซึ่งอาจเกิดจากการเข้าสังคมไม่ได้

การบำบัดรักษาการติดยาเสพติดด้วยตัวเอง
มีผู้ป่วยจำนวนมากที่เลือกจะใช้วิธีการบำบัดด้วยตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิดความลำบากต่อญาติพี่น้องในการไปรับ ไปส่ง หรือไปเยี่ยมเยียน รวมทั้งต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างไม่จำเป็นอีกด้วย แต่อาจจะต้องใช้ความเข้มแข็งทางจิตใจและร่างกายพอสมควร พร้อมกันนี้ก็ต้องมีการติดตามจากคนใกล้ตัวอย่างใกล้ชิด เพราะถ้าหากผู้ป่วยติดสารเสพติดมาเป็นระยะเวลานานแล้ว การเลิกใช้ยาเสพติดด้วยตัวเอง อาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ โดยวิธีทั่วไปที่ผู้ป่วยมักจะใช้กันในการรักษาตัวเอง คือ
-การขังตัวเองอยู่ภายในห้องน้ำ เมื่อมีอาการอยากยา
-หางานอดิเรกทำ หรือทำในสิ่งที่ชอบ เพื่อเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองที่มีต่อยาเสพติด
-สวดมนต์ นั่งสมาธิ เพื่อควบคุมสติให้อยู่กับตัว
-ขอความร่วมมือจากคนในครอบครัว ให้ช่วยเหลือ เช่น ดูแลอาหารการกิน และที่อยู่อาศัย พร้อมทั้งจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้ ในช่วงระยะเวลาที่จะเลิกยา