สงครามยาเสพติดโคลอมเบีย การปราบปราบที่อาจเผชิญทางตัน

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของโคลอมเบีย กำลังทำสงครามยาเสพติดอย่างหนักหน่วงกับกลุ่มลักลอบค้าโคเคน ซึ่งเพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อันมีเหตุผลจากความต้องการโคเคนที่พุ่งกระฉูดทั้งในยุโรป และสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี การผลิตโคเคนในปริมาณสูงถึง 900 ตัน ในโคลอมเบียเมื่อปีที่แล้ว ก่อให้เกิดความหวาดเกรงกันว่าฝ่ายปราบปรามกำลังจะเป็นผู้พ่ายแพ้ในสงครามยาเสพติดครั้งนี้

แฟรงค์ การ์ดเนอร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ซึ่งเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์เข้าไปในพื้นที่ป่าซึ่งถูกใช้เป็นแหล่งผลิตโคเคนในโคลอมเบีย เล่าว่าขณะเข้าไปยังพื้นที่เขาได้กลิ่นโคเคนฟุ้งกระจายไปทั่ว เจ้าหน้าที่เองพยายามเผาทำลายใบและต้นโคคาของกลางที่ยึดได้ โดยเป็นการดำเนินการท่ามกลางความหวาดกลัวว่าจะถูกกลุ่มผู้ผลิตยาเสพติดเข้ามาทำร้าย

ผู้สื่อข่าวบีบีซีพยายามพูดคุยกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว maestrouzy.com แต่ไม่มีใครต้องการพูดคุยหรือให้ข้อมูลใด ๆ เพราะเกรงการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ดี ชาวบ้านบางคนบอกกับผู้สื่อข่าวเป็นการส่วนตัวว่าพวกเขาเปลี่ยนพืชที่เพาะปลูกเป็นครั้งที่สามแล้วในปีนี้ ชาวบ้านพยายามปลูกพืชอย่างอะโวคาโด้ กล้วย แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานะความเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้น เพราะการขนส่งพืชเหล่านี้ไปยังตลาดมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป ผู้สื่อข่าวบีบีซีบอกว่าสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

เมื่อปีที่แล้วทางการยึดโคเคนได้ราว 400 ตัน แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ปัญหาลดลง พลเอกอัลเบอร์โต เมอเฮีย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดโคลอมเบียบอกกับบีบีซีว่าตราบใดที่ยังคงมีต้นโคคาและมีการผลิตยาเสพติดโคเคน กลุ่ม (ผู้ลักลอบค้ายาเสพติด) เหล่านี้จะได้รับความช่วยเหลือให้ยังคงสามารถต่อกรกับทั้งประชาชน พลเรือน และการตรวจสอบได้

ในการขนส่งโคเคนออกนอกประเทศนั้น เครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติดใช้วิธีจ่ายเงินให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลให้ลักลอบนำขนโคเคนไปกับตู้คอนเทนเนอร์

โดยเจ้าหน้าที่ยามฝั่งคนหนึ่งบอกกับบีบีซีว่าเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติด ได้ข้อมูลเกี่ยวกับเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์และจุดหมายปลายทางของเรือเหล่านั้น มาจากคนภายในท่าเรือนั่นเอง