สารพิษในกัญชาอัดแท่ง

   ท่ามกลางกระแสสนับสนุนให้แก้กฎหมาย อนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ เพราะงานวิจัยทางการแพทย์ในหลายประเทศชี้ว่า กัญชามีประโยชน์ทางการแพทย์มหาศาล

   ทำให้หลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและเอกชนของไทย เริ่มวิจัยพืชกัญชาเพื่อเอามาใช้ประโยชน์ แต่กัญชาที่จะนำมาใช้ทางการแพทย์

   เป็นคนละแบบกับกัญชาอัดแท่ง ที่แก๊งค้ายาเอามาขายสูบเงินจากคนไทยนะครับ

 

 

   ยืนยันได้จากแถลงการณ์ของ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กับ ภญ.นันทกาญจน์ สุวรรณ-ปิฎกกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ที่ออกมาเผยผลการตรวจวิเคราะห์กัญชาของกลาง 100 กก. ตามโครงการวิจัยและพัฒนาสารสกัดต้นแบบกัญชาทางการแพทย์

   ผลการวิเคราะห์ ไม่พบการปนเปื้อนของยาฆ่าเชื้อรา แต่ตรวจพบสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช chlorpyrifos และ cypermethrin

   นอกจากนี้ ยังตรวจพบโลหะหนัก ตะกั่ว ปรอท สารหนู และแคดเมียมในกัญชาอบแห้ง!

   สรุปว่าวัตถุดิบกัญชาของกลาง มีคุณภาพไม่เพียงพอที่จะนำมาผลิตยาเพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วย

   แต่ อภ.ยังไม่ละความพยายาม ปรับแนวทางการตรวจสอบวิจัยเป็น 2 แนวทางคือ คัดเลือกวัตถุดิบกัญชาของกลางจาก บช.ปส.เพิ่มเติม เบื้องต้นประสานงานให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นผู้ตรวจสอบสิ่งปนเปื้อนก่อนรับวัตถุดิบกัญชาจาก บช.ปส. และเร่งปลูกกัญชาในพื้นที่ของ อภ.

   ในเรื่องวิชาการคงต้องศึกษาวิจัยกันต่อไป แต่ผลการตรวจสอบกัญชาอัดแห่งที่ลักลอบนำมาขายให้ “นักพี้” ทั้งหลาย มันน่าจะสร้างความตื่นรู้ขึ้นมาบ้าง?

เพราะนอกจากจะสูบควันเข้าปอดแล้ว ยังเสพเอาทั้งสารตะกั่ว ปรอท และสารหนูเข้าไปด้วย!

รู้ทั้งรู้ ถ้ายังตะเกียกตะกายเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง ไปหาซื้อกัญชาอัดแท่งมาเสพอีกล่ะก็ ตัวใครตัวมันก็แล้วกันนะครับ?

คนเราเลือกได้ว่า จะตายแบบไหน!